Profil de LannaJr.~:LannaJr.:~PhotosBlogListes Outils Aide

Blog


18 avril

สงกรานต์ที่ยาวนาน

     หลังจากที่ห่างหายจากการมานั่งพิม Space แบบแสนนาน จนในที่สุดวันนี้ x ก็ขยันเสียที (เย้~*)
 
     หลังจากที่ได้เคยมีโอกาสเที่ยวสงการนต์กับเพื่อนๆ ในเกม Yulgang เชียงใหม่เมื่อ 2 ปีก่อน ตั้งแต่กลับมาจากการเที่ยวครั้งนั้น x ก็ตั้งใจว่าจะกลับไปเที่ยวอีกครั้งให้ได้ ซึ่งในปีนี้ก็ได้ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ จนในที่สุดก็กลับไปเที่ยวจนได้ และการไปครั้งนี้ก็ได้มีเหตุการ์ณน่าประทับใจเกิดขึ้นเหมือน 2 ปีก่อนทุกประการ
 
     การไปคร่าวนี้ได้มีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ตอนแรกก็นั่งพิมไปแล้วล่ะ แต่มันยาวเลยลบออก (แหะๆ) เอาเป็นว่าการไปครั้งนี้ ก็จะเป็นหนึ่งในความทรงจำที่ดีของ x ตลอดไป โดยเฉพาะการขึ้นดอยอินทนนท์ที่เป็นความทรงจำที่ x จะไม่มีวันลืมมันเลย สัญญาได้เลยว่า ถ้ามีโอกาสจะขึ้นไปอีกครั้งให้ได้
 
ปล. ขอบคุณการเดินทางครั้งนี้จริงๆ ทีได้ทำให้ x มีการเปลี่ยนแปลงและมีความทรงจำที่แสนดีเกิดขึ้น
ปล1. ขอบคุณเพื่อนที่เชียงใหม่ทุกคน (ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนเก่า หรือเพื่อนใหม่ก็ตาม) ที่ทำให้ x สนุปและคุ้มค่ากับการรอคอย (อีก 2 ปีเจอกันใหม่นะ)
 "ขอบคุณคนคนหนึ่งที่ได้มอบโอกาสให้กับ x ได้กล้าพูดคำที่เก็บไว้มาแสนนาน"
 
 ***เพลงสำหรับวันนี้คือ Be MySelf ของ Tiffany - So Nyeo Shi Dae*** 
 
  
 
 
5 janvier

ปีใหม่ ไฟลูกใหม่ แต่คนเดิม

     ตอนแรกก็นึกว่าจะได้นั่งเป็นผีเฝ้าออฟฟิศช่วงปีใหม่ซะแล้ว ถ้าบอสไม่บอกว่าปีใหม่นี้จะปิดออฟฟิศตั้งแต่วันที่ 28-1 คงล่องลอยอยู่แถวนี้แน่ๆ แต่ก็ดีเหมือนกันพอได้กลับบ้านก็รู้สึกเหมือนได้พักผ่อนเต็มที่ เพราะตั้งแต่วันที่ 27 หลังงาน FG Party เลิกก็เริ่มเมา (วิสกี้-เบียร์-เหล้า-ตรากีล่า) กินมันทุกอย่างแก้เหมื่อย - -a
     พอวันที่ 28 ก็เที่ยวกะเหมียว ดูหนัง, กินข้าว, ร้องคาราโอเกะ, เล่นเกม(ก็แลกเหรียญไปหยอดตู้รวมๆ ประมาณ 500 มีคนแซวว่า เอาเหรียญที่แลกมาปาหัวกันมันส์กว่ามั่งพี่) พอใกล้เย็นก็ไปกินเบียร์วุ้น พลบค่ำไปนั่งกินตรงลานเบียร์สดของน้องไฮต่อ จากนั้นก็กลับบ้านนอน
     วันที่ 29-30 ไปเยี่ยมร้านเกมของเพื่อนเก่าเพื่อนแก่นามว่า DroJarkk หลังจากไม่ได้ไปเยี่ยมซะนาน ก็เจอการ์ตูน BerSerk ที่ไม่ได้ตามมา 10 กว่าเล่ม ช่วงนี้ก็เลยนั่งการ์ตูนที่ร้านประกอบกับดูหนังแผ่นที่พวกมันโหลดลงเครื่องไว้
     วันที่ 31 ซึ่งเป็นวันที่พ่อสั่งไว้ว่าห้ามไปไหน เพราะจะต้องมาเป่าลูกโป่งเตรียมจัดงานฉลองปีใหม่ที่บ้าน ที่ญาติพี่น้องจะมารวมตัวกัน ก็เป็นวันที่ไม่สนุกมากเท่าไหร่ เพราะเพลงที่เปิดรุ่นลิงหลับทั้งนั้น ได้แต่อาศัยจิบเหล้าบางๆ ไปเรื่อยๆ จนงานเลิกรุ่งเช้าก็กลับมาที่ออฟฟิศทันที
     ทันทีที่เท้าเตะประตูออฟฟิศก็รู้สึกทันทีเลยว่า เหมือนกับไฟในการทำงานมันลุกพรึ่บๆ ต่างจากตอนที่วันๆ เอาแต่นั่งหน้าคอมไม่รู้ไปไหน "นี้แหละมั่งก็ผลของการพักผ่อนเต็มที่จริงๆ" ปีนี้มีโครงการอยู่ 2-3 อย่าง ที่ตั้งใจว่าจะทำให้สำเร็จในปีนี้ให้ได้นั่นก็คือ
     1. ซื้อเสื้อแจ๊คเก็ตใหม่, ยีนส์ใหม่, รองเท้าใหม่, ทรงผมอาจจะใหม่ (คิดว่าจะเปลี่ยนลสไตล์การแต่งตัวดู แต่จะไปทางไหนไม่บอก อิอิ)
     2. ดัดฟัน (อันนี้ไม่ใช่ตามแฟชั่น แต่มันถึงเวลาแล้ว เพราะหมอเตือนนานแล้วว่าถ้าไม่ไปถอนฟันข้างหน้า 2 ซี่ล่างทิ้ง เหงือกจะทะลุรากฟันแน่นอน สยองจัง)
     3. เก็บเงินไปเที่ยวสงกรานต์ที่เชียงใหม่แบบจุใจ (ไม่รู้ทำได้ป่าวนะ แหะๆ)
     4. แถมข้อสุดท้ายก็คงหนีไม่พ้น การตั้งใจทำงานให้มากขึ้น รวมไปถึงคุณภาพของงานที่จะพยายามให้พัฒนาไปข้างหน้าเรื่อยๆ (จะไปให้ถึงคำว่าตำนานให้ได้ซักวัน)
 
ปล. ต่อไป x จะพยายามเอางานใหญ่ๆ ที่ทำไว้มาให้ดูเล่าสู่กันฟัง เพื่อที่จะได้พัฒนาต่อไป
 
***เพลงสำหรับวันนี้คือ Speedin ของ Rick Ross Feat R. Kelly*** 
 
1_650294463l19022725
91f_SpecialEmoBm_5825c15
izzzzystelledl0
15 décembre

ครบรอบวันเกิด

     และแล้วก็ครบรอบวันเกิดอีกจนได้ ปีนี้ก็ 25 ล่ะคงต้องระวังเรื่องเกี่ยวกับ เบญจเพศ แล้วมั่ง - -a ตั้งแต่จำความได้วันเกิดทุกปีจะต้องมีงานฉลองทุกปี จัดที่บ้านมั่ง ไปร้านอาหารมั่ง ทุกๆ ปีล้วนแต่มีเพื่อนมาเยอะแยะเต็มไปหมด
     แต่ปีนี้กลับเหมือนกับปีที่แล้วคือ "ไม่มีงานฉลอง ได้แต่นั่งหน้าคอมจนเช้า" ก็แปลกเหมือนกันนะ ปกติ x เป็นพวกเฮฮาปาร์ตี้เมาไหนเมานั้น แต่ 2 ปีหลังสุดกลับรู้สึกว่าอยากอยู่เงียบๆ หรืออาจจะเป็นเพราะ บ้างานเกินไปหรือเปล่า?
     ปีนี้จริงๆ ตั้งใจแต่ต้นเดือนแล้วว่าอยากจะเงียบๆ เก็บเงินที่มีน้อยนิดไปเที่ยวกับเหมียวสองคนแค่นี้ก็สุขใจแล้ว แต่กลับฉลองวันเกิดครบ 25 ขวบด้วยการทะเลาะกันซะงั้น - -* เรื่องของเรื่องก็ไม่มีไรมากหรอกแค่เหมียวไม่ว่างเดือนนี้เกือบทั้งเดือนเลยมั่ง  และอาจจะเป็นเพราะว่าเดือนนี้ x โหมทำงานมาก (จับไข้ไปหลายรอบเพราะนอนน้อยเฉลี่ย 4-5 ชม. ต่อวัน ไม่ได้เพราะนั่งเล่นเกมหรอก แต่นั่งพิมงานหรือไม่ก็หาข้อมูลปิดต้นฉบับ+ดูงานฟรีแลนซ์มากกว่า) จึงตั้งใจเก็บเงินไปพักตอนเมษาให้สบายใจที่เดียวยาวๆ แต่ก็อย่างว่าแหละช่วงนี้มันล้าสุดๆ ก็ต้องพักบ้าง เวลาพักก็อยากอยู่กับเหมียว แต่ก็นะ เฮ่อ...
     ช่วงสิ้นปีมีหยุดยาวตอนแรกก็อยากไปพักหยุดกับเขามั่งล่ะนะ แต่ถ้าไปคนเดียวก็ไม่รู้ไปไหน เหมียวก็จะไปกับเพื่อน ไอเราก็ลำบากใจเพราะไม่รู้จักใคร อยากไปแบบส่วนตัวมากกว่า สงสัยช่วงสิ้นปีก็คงจะต้องมานั่งเฝ้าเป็นผีออฟฟิศแน่ๆ ถ้าสิ้นปีนี้ไม่ได้ไปไหนจริงๆ คงจะทำงานต่อเก็บตัง "ไว้เผาผีตัวเอง" -,.-
    
     คงแปลกใจล่ะซิ สำหรับคนที่อ่าน Space ของ x บ่อยๆ เพราะปกติ x จะให้กำลังใจตัวเองเสมอ จะไม่ค่อยบ่นมาก แต่วันนี้ยกเว้นล่ะกันเพราะไม่รู้จะปลอบใจตัวเองทำไม ในเมื่อมันล้าสุดๆ ขีดจำกัดมันถึงขีดสุด ก็เลยปล่อยๆ มันออกมาบ้าง คิดไปคิดมาก็สงสารตัวเองเหมือนกัน เหมือนแต่ก่อนเลย ตั้งความหวังอะไรไว้ สุดท้ายลงเอยด้วยความรู้สึกเดิมๆ ตลอด นี้ล่ะมั่งที่เขาเรียกว่า "ชีวิตบัดซบ"
 
ปล.วันเกิดตั้งแต่เด็กไม่เคยขออะไร ปีนี้ไหนๆ ก็จะหมดวัยรุ่นละ ขอพรซักข้อหน่อยก็แล้วกัน "ตลอดปีนี้ขอให้ อย่าได้เจออุปสรรคอะไรที่หนักๆ เลยนะ แค่นี้ก็ปวดหัวพออยู่แล้ว"
ปล1.อยากกลับเชียงใหม่จัง... (เบื่อแล้วกรุงเทพ ทำอะไรก็ไม่สบายใจ ทำอะไรก็ไม่ได้ ทำได้อยู่อย่างเดียวแค่นั้นแหละ "งาน" ความฝันที่ตามหา ความสุขที่คาดหวัง เมื่อไหร่จะเจอซักที ผมเริ่มเหนื่อยแล้วนะคับ..)
ปล2.ชีวิตไม่สิ้นมันก็ดิ้นกันต่อไป
 
     "ตายเมื่อไหร่ ก็คงจะหมดทุกข์ ของการเกิดเป็นมนุษย์"
 
 
***เพลงสำหรับวันนี้คือ La La La ของ Se7en ***
 
12192_20071022205358pi54505
12281_200710231503361-web
94456431093684_3847231
1 décembre

หรือว่าเราจะไม่เข้าใจ?

    
     ก่อนงานรับปริญญาหัวหน้าเรียกไปคุยเพราะกำลังจะมีแผนกใหม่เกิดขึ้นนั้นก็คือ ICafe เลยอยากให้ x ลองไปสมัครดู แต่อาจจะเป็นเพราะว่ายังรักแผนก Weekly อยู่ และอีกอย่างคือประเมินตัวเองแล้วไม่น่าจะทำได้กลัวว่าพลาดแล้วจะเกิดผลเสียที่เกินกว่าจะรับผิดชอบไหว (คิดว่ายังเป็นคนอ่านเกมไม่ขาด) เลยปฏิเสธไป
     หลังจากกลับมาก็มีพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ เหมียวๆ เข้ามาพูดคุยเรื่องนี้เยอะเหมือนกันว่าทำไมไม่รับตำแหน่งทั้งๆ ที่มีโอกาสเจริญก้าวหน้าและเงินเดอืนก็สูงกว่าเดิม เมื่อได้ฟังจากหลายๆ เสียงก็เริ่มมองดูตัวเองใหม่และด้วยความที่เริ่มสับสนกับจุดยืน การทำงานใน Special เล่มที่พึ่งปิดไปจึงเกิดความผิดพลาดเยอะ ทำให้เริ่มเป้ไปเหมือนกัน
     สุดท้ายเมื่อทุกอย่างนิ่งลงก็กลับมาคิดทบทวนอีกที คำตอบเดียวที่พุดขึ้นมาก็คือ คงไม่เสียใจกับการตัดสินใจในวันนั้น เพราะทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว หากชะตาชีวิตของ x พระเจ้าลิขิตมาให้เป็นแบบไหนมันก็จะเป็นแบบนั้น เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอะไรในตอนนี้แค่นั้นเอง
     แต่สิ่งที่ทุกคนแนะนำมาก็จะเก็บไว้เป็นประสบการณ์เพราะทุกความคิดเห็นล้วนมีแต่สิ่งดีๆ (เขาไม่รักเราคงไม่มาพูดกับเราให้เหมื่อยจริงไหม?) ตอนนี้ x มีอยู่สิ่งเดียวที่เหมือนตราปั้มแปะตรงหน้า นั้นก็คือ "ตั้งใจทำงานให้เหมือนกับตอนที่ตอนอยากจะมาทำ ทำให้ดีที่สุด สร้างสรรค์บทความให้โลกตะลึงไปเลย สุมไฟทำงานให้ร้อนจนทุกสิ่งจะขวางทางต้องละลายให้หมดสิ้น"
 
ปล. ถึงแม้ว่าบางครั้งก็ไม่เข้าใจตัวเอง แต่ความตั้งใจและปนิธานจะไม่มีทางลืมมันเด็ดขาด
ปล1. วันพระไม่ได้มีวันเดียว แต่วันพระก็ไม่ได้มีบ่อยๆ -0-
 
***เพลงสำหรับวันนี้คือเพลง Gangsta Zone ของ Daddy Yankee Ft. Snoop Dogg***
 
kapook_dookdik_17337_14060kapook_dookdik_17299_72984
kapook_dookdik_17306_92656kapook_dookdik_17328_27936
kapook_dookdik_17334_75938kapook_dookdik_17285_41359
25 octobre

ยามว่าง

     หลังจากที่เสร็จงานที่กองเท่าภูเขาเสร็จ ตอนนี้ก็ถึงเวลาพักซะที แต่เป็นการพักรบเพื่อตุนพลังก่อนออกรบครั้งใหม่ เลยพอมีเวลาสำรวจอะไรรอบๆ ตัวบ้างนิดหน่อยว่ายังมีอะไรที่เรายังไมได้ทำอีกไหม? ก็เจอเรื่องที่ลืมทำเช่น ลืมโอนตังให้น้องๆ ฟรีแลนซ์ (โต๊ดคับ -/\-), ลืมจ่ายค่าโทรศัทพ์ 1 เดือน -0-, ลืมไปสั่งตัดชุดงานรับปริญญาที่จะมีขึ้นอีก 10 วันข้างหน้า --*
     รางวัลที่ x ให้กับชีวิตช่วงนี้ก็คือการดูซีรีย์เกาหลีเรื่อง Sassy Girl Chun Yang มี 3 แผ่นรวมเวลาประมาณ 18 ชม. ถือว่าเป็นการปลดปล่อยอารมณ์เต็มที่เพราะ เนื้อเรื่อง-ฉาก ล้วนทำออกมาได้ดีมากๆ ตอนนี้ก็เลยกลายเป็นว่า กลางวันฟังเพลงประกอบซีรีย์เรื่องนี้ (มีครบทั้งอัลบั้มเลย) ตกเย็นเริ่มเปิดดูซีรีย์ ความสุขเล็กๆ ของชีวิตที่ดูเหมือนธรรมดาแต่นี้แหละคับคือความสุขจริงๆ
     วันก่อนได้คุยกับคนๆ หนึ่งเขาบอกว่าด้วยความสามารถของ x ตอนนี้สามารถไปเป็น Project Manager ให้กับค่ายเกมได้เลย แถมยังรับเงินเดือน 2 หมื่นกว่าๆ ได้สบาย ไม่อยากไปทำเหรอ? คำตอบนั้นไม่ต้องคิดมากเลยคับ เพราะการที่ x มาทำตรงนี้ก็ด้วยใจรักจริงๆ ถึงแม้เงินเดือนจะน้อยแค่พออยู่พอใช้ แต่ทำงานที่นี้แล้วมีความสุขมากๆ ไม่ต้องไปแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นหรือเป็นศัตรูกับใคร ที่สำคัญเป้าหมายของ x คือการเป็นที่จดจำของผู้คนตลอดไป เพราะคนเราเกิดมาครั้งหนึ่งแล้วตายถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าเราตายไปแล้วยังมีผู้คนจดจำและผู้ถึงเรา นี้แหละคับคือไม่เสียชาติเกิดแล้ว
 
ปล.ไม่ได้อัพนานเลยพร่ำบ่นไปตามประสา ขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนที่เข้ามา Comment มากนะคับ ^^"
 
***เพลงสำหรับวันนี้คือเพลง Queen ของ 쾌걸춘향 OST  ***
 
sassygirlchunhyang
24 août

แยกตัว

     วันนี้มีการประชุมเพื่อเกลี่ยเกมส์ให้นักเขียนทุกคนในกอง Weekly เพราะมีเกม์จะเข้ามาเยอะเลยต้องเกลี่ยเกมส์กันใหม่อีกรอบ ว่าใครจะดูแลเกมส์ไหนบ้างซึ่ง x ก็ตกใจเหมือนกันที่จู่ๆ ก็มีชื่อ x เข้าไปอยู่ในทีมพิเศษที่ชื่อว่า Weekly Secial มีหน้าที่เล่นเฉพาะเกมส์ใหม่ในกระแส และจะต้องทิ้งทุกเกมส์ที่เคยเขียนใน Weekly Online พูดง่ายๆ คือการแยกตัวออกไป
     ก็รู้สึกอึ้งๆ ไปเหมือนกัน อารมณ์มันเหมือนกับว่า"ต้องสละทิ้งสิ่งที่รักไป"แต่การผจญภัยครั้งใหม่ ก็ยังน่าหนักใจอยู่เหมือนกัน แต่เมื่อตบปากรับคำว่าจะไปอยู่ทีมพิเศษแล้ว คงไม่มีทางเลือกอื่น คงต้องทำเต็มที่กว่าเดิม
     
ปล.พักนี้ก็คงจะเห็นหน้า x มากขึ้นไม่ว่าจะทาง หนังสือ Weekly Special, รายการ Online Station UBC60, ใบปลิวของ Weekly Online อย่าพึ่งเบื่อหน้ากันไปก่อนนะจ๊ะ
ปล1.การแยกตัวครั้งนี้คงจะเป็นการกำหนดอนาคตวว่าจะไปทิศทางใดมากขึ้น ซึ่งตอนนี้ x ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะไปทางไหน - -a
 
 
***เพลงสำหรับวันนี้คือ Dance Floor Anthem ของ Good Charlotte***
26 juillet

ช่วงเวลาแห่งการฝ่าฟัน

     ตอนนี้รู้สึกเหมือนว่าไฟในการทำงานจะกลับมามีกลิ่นตุๆ อีกครั้งหลังจากเหมือนว่าจะเกือบหมอดไปครั้งหนึ่ง อาจจะเป็นเพราะว่าช่วงนี้ไม่มีเรื่องอะไรให้กังวลใจมากนัก (นอกจากเรื่องตัง ห๊ะห๊ะ) ตอนนี้ก็กำลังตั้งใจทำงานเต็มที่ โดยเฉพาะโอกาสพิเศษที่ได้รับมา แต่ก็หนักใจเหมือนกันเพราะดูเหมือนว่า จะก้าวพลาดไม่ได้ไม่อย่างนั้นคงจะกลับมาถึงจุดนี้ยาก
     หลังจากที่ทำงานที่กอง Weekly มาเกือบปี ก็ได้เรียนรู้อะไรมากมายว่าชีวิตการทำงานมันยากกว่าที่คิดไว้นิดหน่อย แต่ก็ช่างเถอะไม่รู้จะบ่นไปทำไม (ที่จริงไม่รู้จะเขียนอะไรน่ะ 55+)
 
 
ปล. อาการน้ำท่วมปากรสชาติมันเป็นแบบนี้นี่เอง
ปล1.รักมะเหมียวที่สุดในโลกเลย (ตั้งใจทำงานนะ เห็นบ่นอยากทำมานาน แล้วจะรู้ว่าการทำงานมันมีอะไรมากกว่าที่เราคิดไว้มาก) 
 
++ถึงรู้ว่า"รัก"มีหลายระดับ แต่คำว่า"รัก"ก็ใช่ว่าจะใช้พร่ำเพรื่อได้
ยิ่งคำว่า"รักที่สุด"ยิ่งควรเก็บไว้ให้คนสำคัญที่สุด หรือว่าคนที่สำคัญที่สุดมีหลายคน???
 
++ความรักของ x ไม่ได้มีไว้เผื่อเลือก แต่ความรักของ x คือการได้เลือกแล้ว
หากยังไม่มั่นใจว่าสิ่งไหนคือสิ่งที่ดีที่สุดก็ "ไปจบกับเขาก่อน"
 
***เพลงสำหรับวันนี้คือ Because Of You ของ Ne-Yo***
5 juin

Tatto Color

     เมื่อวันศุกร์ที่ 1 ที่ผ่านมาตั้งใจจะไปซื้อไดร์เปาผม (หลังจากหัวยุ่งมานาน) ก็ไปเดินหาซื้อปรากฏว่าหาไม่เจอก็เลยได้เข็มขัดใหม่+รองเท้าใส่เดินเล่นในออฟฟิศมาแทน แต่มีสิ่งหนึ่งที่เผอิญไปเห็นนั่นก็คือร้านสัก ซึ่งที่ตะวันนามีประมาณ 7-8 ร้านเห็นจะได้ ก็เลยคิดในใจว่าถ้ามีโอกาสเหมาะๆ คงจะมาสักดูซักครั้ง (ตอนอยู่เชียงใหม่เคยคิดจะสักทีหนึ่งแต่ตอนนั้นยังกลัวๆ)
     พอมาถึงวันเสาร์ที่ 2 ขณะกำลังนั่งเล่นเกมอยู่ออฟฟิศเพื่อรอไปเซตงาน A2 จู่นัทก็ทักมาว่าเดี๋ยวจะไปตะวันนาก็เลยว่าจะไปส่งมัน แต่พอดีพี่อั้งการตลาดมาถามว่าจะไปไหนก็เลยบอกว่าจะไปตะวันนาและก็พูดประมาณว่าไม่แน่อาจจะไปสักที่แขนด้วย แค่นั้นแหละพี่อั้งก็บอกว่าจะไปด้วยเพราะพี่อั้งอยากไปสักย้ำตรงที่เดิมก็เลยพากันไปตะวันนา
     เมื่อไปถึงก็ตรงดิ่งไปร้านสักเพราะกลัวร้านปิด เดินวนอยู่ 3 รอบกับพี่อั้งเพื่อหาร้าน (รู้สึกว่าตัวร้อนผ่าวๆ อาจจะเป็นเพราะความตื่นเต้น) ส่วนนัทเดินไปซื้อของแล้ว เมื่อตกลงปลงใจว่าร้านนี้แหละ ก็เดินตรงดิ่งเข้าร้าน ความตั้งใจแรกอยากได้ลายพวกกราฟฟิคเลือกไปเลือกมาได้ลายมา 4 แบบ แต่จู่ๆ ก็ลองหยิบพวกรูปลายสักที่เป็นพวกแมกกาซีนมาดู ไปสะดุดตารูปมังกรรูปหนึ่ง ซึ่งปกติลายมังกรจะไม่ค่อยโดนใจ x เท่าไหร่ แต่กับรูปนี้ไม่เลยดูแล้วมันสวยมาก
     สาเหตุที่มันสวยสะดุดตาก็เพราะว่าเป็นรูปมังกรที่หันหัวออกซึ่งดูแล้วไม่โหลเท่าไหร่แถมยังมีสีแดงแซมอีก "ใช่เลย รูปนี้แหละที่จะอยู่บนแขน" ตกลงราคาเรียบร้อย (ประมาณ 2000) เจ้าของร้านก็เริ่มเขียนลาย เสร็จแล้วก็เอามาทาบที่ต้นแขน แล้วก็เริ่มกระบวนการ
     ตอนที่เขาลงขอบให้ไม่รู้สึกว่าเจ็บเลย เพราะเขาจิ้มทีเช็ดที ไม่ได้ย้ำที่เดิมเลยไม่เจ็บ แต่ตอนที่เขาลงสีตอนแรกก็เฉยๆ พอเวลาผ่านไปราวๆ 1 ชม. เนื้อเริ่มจะช้ำเลยรู้สึกเจ็บเล็กน้อย เวลาในการสักรวมแล้วประมาณ 1 ชม.กว่าๆ (เสร็จซะที)
     สักเสร็จก็สังเกตเห็นว่าเลือกเริ่มซึมเลยเอาทิชชู่ซับ พอแกะทิชชู่มาก็เห็นรอยเลือดเป็นรอยเดียวกับที่สักเลย *0* มาถึงวันที่นั่งพิมแผลกำลังจะตกเกล็ด ต่อให้คันก็ห้ามเกาไม่อย่างนั้นสีจะหลุด เลยนั่งพิมไปคันไป - -a
 
ปล.ถ้าใครคิดจะสักต้องแน่ใจว่าคุณตัดสินใจแน่วแน่แล้ว เพราะการสักเป็นเหมือนการทำตำหนิว่าเราจะต้องอดที่จะเข้าทำงานในบางสาขา นี้ x ก็พึ่งรู้ว่าแม่มะเหมียวไม่ชอบผู้ชาย กินเหล้า,สูบบุหรี่,เจาะหู,สัก ตอนนี้ x ก็เลยครบมันทุกอย่างเลย 555+ (ซวยแล้วตู)
 
ปล1.ตอนนี้ก็เท่ากับว่า x คงจะต้องลาความฝันที่จะเป็นสจ๊วตเรียบร้อย ลาก่อนความฝัน... ต่อจากนี้ x จะสู้กับงานที่รักต่อไปและคงจะทุ่มทั้งชีวิตเพื่อมันแม้จะต้องพบเจออุปสรรคก็คงจะถอยอีกไม่ได้แล้ว (ขอบคุณมะเหมียวที่เข้าใจ x)
 
 
***เพลงสำหรับวันนี้คือ I'm a flirt ของ R Kelly ***
 
2 mai

แล้วไง!?

     พอไม่ได้อัพ Blog ตัวเองนานๆ ก็มีเรื่องร้อยแปดพันเก้าที่อยากจะเขียน แต่ x ขอหยิบเรื่องที่พึ่งได้ยินจากเพื่อนวันนี้มาเขียนก็แล้วกัน    
     
     เรื่องของเรื่องก็คือมีเพื่อนสมัยเรื่องคนหนึ่ง msn มาทักว่า "เฮ้ย x แกรู้ยังว่าแฟนเก่าแกจะแต่งงาน" ตอนได้ยินประโยคนี้ก็คิดว่า "แล้วไงวะ" เมื่อเวลาผ่านไปได้ซักพักอยู่ดีๆ หัวสมองก็คิดถึงเรื่องเก่าๆ ก็ไม่อยากจะคิดหรอก แต่เพราะว่า She เป็นคนทิ้ง x ไป แถมคนที่แต่งด้วยมันก็แอบมาตุ๋ย She อยู่เป็นปี โดยที่ไม่รู้ว่า She มีแฟนอยู่แล้ว แต่ก็ดีใจด้วยที่เขาเจอคนที่ใช่ (หรือว่าเป็นเพราะกุเลว) แต่ไม่ว่ายังไงถ้า x เจอเขา เขาก็คือเพื่อนคนหนึ่งที่เคยมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นระหว่างเขากับ x "ขอให้โชคดี"<--นี้คงเป็นสิ่งเดียวที่ x จะให้เขาได้
 
     จะว่าไปเรื่องเลวๆ ของ x ยังคงมีเข้ามาเรื่อยๆ ล่าสุด x ลืมวันเกิดของมะเหมียว เมื่อกี้โทรไปหาพอพูดถึงเรื่องวันเกิดแล้ว x จำวันไม่ได้อยู่ดีๆ เหมียวก็วางหูไป อารมณ์ตอนโทรศัพท์ตัดสายโดยที่ไม่มีการบอกกล่าวคือ "นี้ตูเลวอีกแล้วเหรอ" งานนี้คงโทษใครไม่ได้ เพราะจำไม่ได้จริงๆ ตอนนี้ยังงงอยู่ว่าจำไม่ได้หรือไม่ได้รู้แต่แรก แต่ยังไง x ก็ผิดเต้มๆ เป็นแฟนกันไม่รู้วันเกิดได้ไงเลวจริงๆ
 
     แต่สิ่งหนึ่งในใจลึกๆ ที่หวั่นๆ คือกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย คือกลัวว่าสุดท้ายเหมียวจะเป็นเหมือน She เพราะเหมียวก็เหมือนจะเคยบอกแล้วว่าถ้าวันหนึ่งมีคนเปรียบเทียบที่ดีกว่าก็คงถึงจุดจบ x ก็คงจะทำอะไรไม่ได้นอกจากจะกว่าคำว่า "ขอให้โชคดี" (นี้แหละนาคือวิถีชีวิตของปรสิตที่ไม่รู้จักคุณค่าของอะไร เลวมันเข้าไปสิตู)
 
     ที่พิมไปไม่ได้ประชดอะไรหรอก แต่มันคือความจริงที่ต่อให้จะอีกกี่ร้อยปี x ก็คือ x ถึงตอนนี้จะเริ่มพัฒนาจากปรสิตไปเป็นสัตว์ครึ่งบกครึงน้ำ แต่กว่าจะเป็นคนกับเขาก็คงจะถึงวันโลกแตกไปแล้วละ ถ้ามันจะซ้ำรอยก็คงจะไม่โทษใครหรอกเพราะคิดอยู่เสมอว่า "ตัวเราเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของตัวเราเองไม่ใช่พระเจ้า" อะไรจะเกิดก็คงห้ามไม่ได้เพราะบางครั้งพระเจ้าก็หมั่นใส้ x นั่นเอง (แสรด)
 
     ปล.ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น x คงไม่สามารถแบ่งสมองไปคิดเรื่องต่างๆ ได้ เพราะตอนนี้ใช้สมองอันเล็กน้อยเท่าขี้จิ๊กจกทำงานเพื่อ Weekly และเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ คือการเป็นนักเขียนที่ผู้คนจะจดจำให้ได้ ฝันให้ไกลไปเรื่อยๆ ก่อนแล้วกัน
     ปล1.ขอโทษทุกคนด้วยนะที่ไม่ได้คุยกัน ทักทายกันเหมือนแต่ก่อน หวังว่าคงเข้าใจ x นะ แต่สิ่งดีๆ ที่เราเคยมีด้วยกัน x ยังคงไม่ลืมมันถ้ามีโอกาสเราคงได้คุยกันมากขึ้นกว่านี้ (ถ้ามีเวลา)
 
 
 ***เพลงสำหรับวันนี้คือ Innocent  ของ Our Lady Peace ***
26 février

นิ่งๆไว้ไอหนู

 
     มีน้องคนหนึ่งแอด msn มาหาผมแวะเข้ามาให้กำลังใจและบอกว่าชอบผลงานที่ผมเขียนและจะคอยติดตาม ทำให้ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำไปไม่สูญเปล่า อย่างน้อย 1 กำลังใจเล็กๆ ก็เป็นแรงผลักดันให้ผมพัฒนาต่อไป ยอมรับว่าที่ผ่านมาหน้างานเพิ่มขึ้นจนทำให้คุณภาพหายไปบ้าง บางครั้งผมเองก็ยังส่ายหน้ากับงานเขียนที่พึ่งเสร็จไป แต่ก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้วเพราะด้วยเวลาที่จำกัด ปัจจุบันผมกำลังปรับจูนใหม่ ให้มีเวลาในการเขียนงานมากขึ้น จะได้ไม่รู้สึกผิดอีก
 
     เหตุการ์ณหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกปวดหัวตุบๆ ก็เมื่อวันสองวันก่อน ช่วงเวลาบ่ายสี่กว่าๆ ผมไปส่งแม่ไปจ่ายกับข้าวที่ตลาดซึ่งก็เป็นงานปกติที่ผมทำประจำตอนที่ยังไม่ได้มาทำงานนี้ ประกอบกับผมไม่ค่อยได้กลับบ้านช่วงเย็นๆ มานานมาก แม่ก็เจ็บหลังจนต้องเข้าโรงบาล เลยอาสาไปส่งแม่จ่ายกับข้าวกลัวแม่จะทรุด พ่อกับแม่บอกว่านานๆ จะอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาเลยอยากไปซื้ออะไรมาทำกินกัน วันนั้นก็เลยทำเนื้อย่างเกาหลีกินกัน
     ย้อนกลับไปตอนบ่ายสี่กว่าๆ ใหม่อีกครั้ง แมวน้อยโทรเข้ามือถือผม 6 ครั้ง พอผมกลับมาถึงบ้านก็ไม่ได้ดูมือถือ เพราะเสียบชาร์ตแบตไว้ ถ้าไม่หยิบมาดูก็จะไม่รู้ว่ามีคนโทรมา ด้วยปกติไม่เคยมีใครโทรหาผมช่วงนี้ ผมกลับมาเลยมานั่งหน้าคอมทำงานต่อ ซักพักผมก็เห็น msn แมวน้อยเลยทักไป (แต่ยังไม่รู้ว่าแมวน้อยโทรมา) แล้วเรื่องราวก็บังเกิด เมือ่ผมลงไปช่วยที่บ้านเตรียมของทำเนื้อย่างเกาหลี
     ผมไม่ได้อยู่หน้าคอม กลับมาดูจออีกทีโดนด่าไฟแล่บ ว่าทำไมไม่รับสาย โทรไป 6 ครั้งไม่รับสายแล้วกลับมาตอบ msn แทน แค่นั้นแหละผมรีบหยิบมือถือมาดู เอ๊ย! โทรมาจริงด้วย เลยกดโทรกลับ แมวน้อยปิดมือถือ แล้วก็มี msn มาสวดผมอีกรอบ จนกระทั่งวันนี้ผมก็ยังโทรไม่ได้ แมวน้อยบอกว่าหายโกรธแล้วจะโทรมาเอง
     ผมก็ได้แต่ถอนหายใจ ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่รอ ผมคิดว่าเหตุการ์ณนี้ผมทำให้แมวน้อยผิดหวังมากๆ ทั้งๆทีเป็นเหตุการ์ณที่ดูแล้วไม่ร้ายแรง แต่แมวน้อยบอกว่าเกิดเขาถูกรถชนละทำไง โทรมา 6 ครั้งทำไมไม่รับสาย ก็จริง ทำไมผมโง่อย่างงี้ มีมือถือไปทำไมเนี้ย
    
     ปล.ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันผิดมากแค่ไหน แต่ถ้าผมรู้ผมคงไม่ให้เกิดเหตุการ์ณแบบนี้ ที่จริงผมก็ไม่อยากเอาข้องอ้างเรื่องความจำเป็นของผมมาอ้างว่าทำไมผมถึงไม่รับสาย แต่อยากจะบอกว่าการทำแบบนี้ มันเหมือนกับการไปสะกิดเรื่องที่ผมอยากจะลืม ให้หวนขึ้นมาอีก
     ปล.1 จะอย่างไรก็ตามผมคงไม่อยากใส่ใจกับเรื่องราวนี้ได้มาก เพราะผมต้องเดินหน้าต่อไป ผมได้เคยทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อฝันมาแล้วครั้งหนึ่ง และเมื่อผมเริ่มฝันใหม่ ผมคงจะไม่ให้อะไรมาหยุดมันได้อีก เพราะถ้าหยุดเมื่อไหร่คนที่คอยซ้ำผมยืนรออยู่เพียบ 
 
      "อะไรจะเกิดผมก็คงไปกำหนดอะไรไม่ได้ คงต้องอดทนและก้มหน้าเดินต่อไปแม้จะไม่มีแรงก้าวขาก็ตาม...."
                                         
                                   "ซักวันผมจะเดินไปถึงจุดหมาย"
 
 
 ***เพลงสำหรับวันนี้คือ Love So Sweet ของ Arashi ***
9 février

สงครามกลางเมือง

 
 
     เริ่มด้วยเรื่องที่น่าดีใจก่อนเลยก็คือ หนังสือ Weekly Online จะออกครบ 200 เล่มในวันจันทร์นี้ ซึ่งก็หมายความว่า หนังสือ Weekly มีอายุครบ 4 ปี เพราะ 1 ปี ออก 50 เล่ม วันจันทร์นี้ใครเป็นแฟนหนังสือ Weekly Online ก็อย่าพลาดนะครับ เพราะได้มีการรวบรวมความเป็นมาแต่ละยุคไว้ด้วย
 
     ตอนนี้ที่ออฟฟิศก็เกิดสงครามย่อยๆ ที่ค่อยๆลุกลามแผ่วงกว้าง สงครามส่วนแรกคงจะเป็นการที่ไม่เข้าใจกันระหว่างฝ่ายต่างๆ ที่มีการข้ามข่ายงานกัน สงครามที่สองคงจะเป็นการที่นักเขียนรุ่นใหม่อยากปรับปรุง วิคคลี่ให้ดีขึ้นในเนื้อหาและรายละเอียด แต่กลับมีบางคนที่ไม่รู้จะเรียกว่าหมดไฟหรือจะเรียกว่าพวกขี้เกียจ ที่เป็นนักเขียนรุ่นเก่า ซึ่งในอนาคตอันใกล้ ทุกอย่างคงจะกลับสู่สภาวะปกติได้
 
     ยอมรับเลยว่าตั้งแต่ทำงานนักเขียนมา ทั้งเหนื่อยกายเหนื่อยใจ สมองแทบจะไม่ได้หยุดคิดสิ่งอื่นเลย เวลางานเลิก 5 โมงเย็นก็จริง แต่ก็ได้กลับดึกทุกที บางวันก็เที่ยงคืนตีหนึ่ง บางวันก็ต้องนอนค้างออฟฟิศ(ที่จริงนอนหน้าออฟฟิศ เพราะลืมไปว่าหลังเที่ยงคืนประตูจะล๊อคห้ามคนเข้าออก ไม่อยากบอกเลยว่าหนาวแสรดด) แต่เหลือเชื่อว่าทุกอย่างกลับหายเป็นปลิดทิ้ง เพราะเพียงแค่บิ๊กบอสใหญ่ เอ่ยปากชมผลงานว่า ทำได้ดี
 
     อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันวาเลนไทน์แล้ว ผมคงจะไม่ลืม แมวตัวน้อย ที่คอยให้กำลังใจเวลาผมทำงานเหนื่อยๆ ถึงจะพึ่งคบกันได้ไม่นาน แต่ผมกลับรู้สึกว่า "นี้แหละคือคนที่ผมหามานานเหลือเกิน" บางทียอมรับเลยว่าเหนื่อยสายตัวแทบขาด สมองแทบจะไม่สั่งการ ร่างกายแทบจะขยับไม่ได้ แต่แมวน้อยก็ให้กำลังใจ ทำให้ผมมีแรงสู้เสมอ ถึงผมจะไม่ค่อยมีเวลาให้ ถึงผมจะไม่ใช่ชายในฝัน ไม่ใช่สเป๊ค แต่แมวน้อยก็ไม่ได้รังเกียจในความเป็นตัวผมเลย
 
      ผมคงจะไม่สามารถทำอะไรได้มาก เพื่อเป็นการตอบแทนในสิ่งดีๆที่ผมได้รับ แต่ผมจะพยายามทำทุกๆวันให้ดีที่สุด เพราะผมเหนื่อยกับเรื่องความรักมามากพอแล้ว ได้บทเรียนที่แสนจะเจ็บปวดเกินจะบรรยายมาแล้ว ผมจะรักษาความรักครั้งนี้จนกว่า แมวน้อยจะเบื่อผมก็แล้วกัน >.<
 
 
       ปล.ใครจะรบกันก็รบไป อย่ายุ่งกับผม ผมพลเมืองดี (แมวน้อยช่วยด้วย~~~~)
 
 
 ***เพลงสำหรับวันนี้คือ Getting away from murder  ของ Papa Roach ***
 
 
 
 
20 janvier

ปัดฝุ่น

 
   ไม่ได้อัพ Blog ซะนานเลย พักนี้มีอะไรยุ่งๆให้ทำเยอะแยะไปหมด วันจันทร์ถึงศุกร์ไปทำงานกลับมาบ้านก็หมดแรงสลบเหมือบ ยิ่งวันพุธยิ่งกลับบ้านดึกเพราะปิดต้นฉบับ เสาร์อาทิตย์ก็ต้องหาข้อมูลไปทำงานวันจันทร์ ชีวิตไม่ว่างเอาซะเลย  ช่วงนี้มือถือเจ้ากรรมดันไม่ค่อยดีอีก ต้องพาไปซ่อมไกลถึงพารากอน คิดว่าวันเสาร์หน้าค่อยเอาไปซ่อม
 
    พูดถึงที่ทำงานก้รู้สึกว่าดีใจ ที่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่าง ต่อไปการทำงานคงจะสนุกขึ้นอีกเยอะ เพราะนี้พึ่งจะเป็นเพียงปฐมบทแห่งการเริ่มต้นเท่านั้น ยังไงก็ช่วยซื้อ Weekly มาอ่านกันดู แล้วถ้ามีอะไรที่อยากให้ปรับปรุงก็บอกมาเลยนะ
 
    สิ่งที่ผมกำลังทำในอาชีพที่คนอยากจะเข้ามาทำเยอะแยะแต่ไม่มีโอกาศ ในเมื่อผมได้เข้ามาทำก็อยากทำให้ดีที่สุด เพราะอีกฝันหนึ่งของผม คือฝันของการติดปีกขึ้นไปทำงานบนฟ้า ผมคิดว่ามาถึงจุดนี้โอกาศที่จะกลับไปขนขวายหามันคงยากเต็มที ภาษาอังกฤษก็เหมือนจะแย่ลงทุกวัน
 
    ดังนั้นฝันเดียวที่เหลืออยู่ตอนนี้คือการเป็นนักเขียนที่มีผู้คนจดจำในฐานะนักเขียนที่ดี ไม่ใช่นักเขียนประเภทเช้าชามเย็นชาม เข้าเกมส์แค่ 10 นาทีต่อสัปดาห์แล้วออกมานั่งเทียนเขียนบทความที่ไร้ซึ่งมาตรฐาน ผมเองก็ยอมรับมาตั้งแต่ได้เข้ามาทำงานแบบเต็มตัว เวลาในการเล่นเกมสืของผมลดลงไปเยอะมาก คงไม่สามารถเป็นเกมเมอร์ขาโหดแบบแต่ก่อนได้ แต่ถึงกระนั้นผมก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด เท่าที่เวลาจะเอื้อประโยชน์ต่อผม
 
                             "ผมจะไม่ลืมว่าสิ่งที่ผมเขียนไป 1 หน้า มันจะติดอยู่กับหนังสือเล่มนั้นไปตลอดชีวิต"
 
 
    ปล.ตอนนี้ผมคิดว่า ผมได้เจอสิ่งที่จะมาเติมเต็มชีวิตของผม หลังจากที่ต้องเจอกับอะไรที่เลวร้ายมามากมาย แต่ยังไงเสียผมก็ต้องเผื่อใจตัวเองไว้บ้างไม่อยากเจ็บซ้ำซากอีก.....
 
 
***เพลงสำหรับวันนี้คือเพลง Scars ของ Papa Roach ***
 
 
 
14 décembre

วันเกิด(แก่ไปอีกปี)

 
 
       อะไรมันจะผ่านไปไวขนาดนี้ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าครบรอบวันเกิดอีกแล้ว ปีนี้ก็ 24 แล้วสินะ - -a  แต่ปีนี้คงไม่มีการจัดงานเลี้ยงฉลองแบบทุกๆ ปีที่ผ่าน ตั้งแต่จำความได้ วันเกิดทุกปี จะต้องมีการกินเลี้ยงกันอย่างคึกคัก จัดที่ร้านอาหารบ้าง ที่บ้านบ้าง คนมาร่วมงานก็ราว 10-30 คน แต่ปีนี้กลับไม่มีกะจิตกะใจ อยากฉลองซักเท่าไหร่ อาจจะคงเป็นเพราะโตขึ้น เลยเฉยๆ กับการจัดงานวันเกิด
 
 
        วันนี้ก็พึ่งเข้าไป ini3 มา ไปฟังลุงอ้วนแดงชี้แจงเรื่อง FantaTennis ที่จะ Open Beta ปลายเดือนนี้ กับ Pangya Season 3 ที่จะอัพเดตราวๆ เดือนมีนาปีหน้า รายละเอียดของทั้ง 2 เกมส์นั้นค่อนข้างเยอะมากๆ ใครอยากรู้ก็ติดตาม Weeklyonline เอาแล้วกัน เพราะจะเริ่มลงข้อมูลใหม่ๆ แล้ว  ส่วนเกมส์ โยเกิรต์ติ้ง ก็มีข่าวร้ายว่า ทีมพัฒนาที่เกาหลีตอนนี้เหลือแค่ 4 คน เนื่องมาจาก หัวหน้าทีมพัฒนาจะลาออกบวกกับสภาพปัญหาภายในองค์กร ทำให้ทาง ini3 ต้องเอาเกมส์นี้กลับมาไทยแล้วพัฒนาต่อเอง ส่วน Flyff ตัวเวอร์ชั่นใหม่อย่าง Rewind4 ก็เสร็จแล้ว แต่คงหลีกทางให้ Fanta กับ Pangya ก่อน หลังจากนั้นคงมีการอัพเดต
 
         ผมกลัวเหลือเกินว่าถ้าได้มาทำงานที่ Weekly นานๆ แล้วความตั้งใจที่จะเขียนเทคนิคดีๆ ให้เพื่อนๆ คงจะเริ่มจางหายไปที่ล่ะน้อย เพราะการที่ต้องทำทีเดียวหลายๆ เกมส์ และการรู้ข่าววงในมากไปอาจทำให้มุมมองการเขียนคอลัมภ์ของผมเปลี่ยนไป
 
         อีกไม่นานก็จะมีนักเขียนรุ่นเก่ากลับมาทำที่ Weekly 2 คน คนแรกคือ อ. คนที่สอนให้ผมรู้จักการเขียนคอลัมภ์นั้นก็คือ นู๋ม่อน ที่กำลังจะออกจาก ini3 ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นเด็กเก่า คอมเกมเมอร์นั้นก็คือ น้ำปั่น ส่วนแฟนของเขา พี่ปลาเก๋า ที่เป็นถึงระดับ บรรณาธิการคอมเกมเมอร์ แต่คงจะไปทำในส่วนของ FGTV (รายการ Online Station ทาง UBC22) คาดว่ากอง Weekly คงอบอุ่นถึงอบอ้าวแน่ๆ
 
          ปล.พรุ่งนี้ที่ออฟฟิศจะมีการปฐมนิเทศ พนักงานใหม่ (ทำหยั่งกะตอนเรียนหนังสือเลย) ส่วนวันเกิดปีนี้ผมก็ไม่ขออะไรดีกว่า เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับตัวเราเอง การขออะไรซักอย่างเป็นเพียงการสร้างกำลังใจให้ตัวเองเท่านั้น กำลังใจผมตอนนี้ไม่ต้องขอก็ลุกพรึ่บๆ แล้ว แต่ถ้าขอได้ก็ขอให้ผมได้เจอคนที่พร้อมจะเข้าใจผมและยอมรับในสิ่งที่ผมเป็น ไม่เจ้าชู้ด้วยก็จะดีมากๆ  ช่วยส่งมาให้ผมเจอเร็วๆ ทีเถอะ สาธุ...... -/\-
 
 
 
***เพลงสำหรับวันนี้คือ  Chasing Cars  ของ Snow Patrol  ***
 
 
 
 
9 décembre

DS&FGที่ร้านWarp

 
 
      ตื่นมา 10.00 น. ขี้เกียจลุกจิงๆ เพราะเมื่อวานไปร้าน Xenon กลับบ้านเกือบตี 4 มั่วแต่ดูหนังเรื่อง ปริ้นออฟเทนนิส ที่เป็นคนแสดงมันส์โคตรๆ หนังยังไม่เข้าไทย  เลยต้องดูแบบซวาน์แทรก
 
      ออกบ้านเกือบ 11.00 น. เคยนั่งรถเมล์ไปเซ้นทรัลลาดพร้าวแต่เลยป้ายไปลงจตุจัตรทีหนึ่งล่ะ กะว่าวันนี้จะไม่เลยอีก แต่สุดท้ายก็เลยป้ายอีกตามเคย (กุล่ะเซ็ง) เดินย้อนไปเซ็นเล่นเอาเหมื่อยขา  ไปถึงเซ็นก็เดินเข้า KFC หาอะไรกินก่อน กินเสร็จก็เดินขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้น 7
 
      เวรกำสิคับเดินผิดฝั่ง แล้วมันไม่มีบันไดเลื่อนไปชั้น 7 หรือลิฟท์ที่มีชั้น 7 เลย เดินหลงครึ่งชั่วโมงกว่าๆ จนในที่สุดก็หาทางขึ้นชั้น 7 เจอ ไปถึงหาร้าน Warp ไม่เจออีกเดินหาซักพัก เลยถามแม่บ้าน จนเจอร้านไปถึง พี่เขาบอกมาสายนะตาx ก็บอกพี่เขาไป ผมหาชั้น 7 ไม่เจอ พี่เขาบอกนี้มันชั้น 6 (อ้าวกำไหนบอกชั้น 7 แต่ยังไงก็หลงอยู่ดีไม่ว่าจะชั้น 6 หรือ 7)
 
      ไปถึงก็ช่วยเขาจัดของที่จะแจกในงาน บ่าย 3 กว่าๆคนมาน้อยจัง ทีมงานเลยตัดสินใจเอาป้าย DarkStory ไปตั้งหน้าร้านกลัวคนหาร้านไม่เจอเหมือนทีมงานอีกหลายๆคน รวมถึงผมด้วย -"-
 
      ใกล้บ่ายสี่คนเริ่มมาเยอะขึ้น ทีมงานเลยตัดสินใจเริ่มกิจกรรมตามที่กำหนดไว้ จนถึงเวลาประมูลไอเทมช่วงแรก ตอนแรกเห็นประมูลกันเป็นหมื่นๆ Piont  ผมก็ไม่ได้เอะใจ พอดีเจอพี่แอนด์ คนที่เขียนคอลัมภ์ดากสตอรี่ เลยถามพี่เขาว่า กี่บาทเท่ากับกี่Piont พี่แอนด์บอก 1 Piont=1บาท แค่นั้นล่ะ ผมถึงกับอึ้งเลย เพราะของบางอย่างราคาเกือบ 2 หมื่น ทำให้ผมคิดว่าเกมส์นี้ ก็ค่อนข้างดุเดือดนะเนี้ย  แต่พอมาถึงการประมูลช่วงที่สองซึ่งเป็นพวก แหวน,สร้อย,อาวุธ กับอยู่แค่หลักร้อยถึงพันเท่านั้น ยกเว้น ดาบอันสุดท้ายที่ราคาขึ้นถึง หมื่นกว่าบาท
 
     ได้ข่าวมาว่าเจ้าแม่ LoveLove ประจำเซิรฟ์ 1 พกเงินมา 5หมื่น ส่วนทาง Xenon มีทุนมา 4หมื่น แต่ก็มีติดตัวกันอีกคนล่ะหลายพันเหมือนกัน ตอนแรกก็ประมูลกันดุเดือดแบบว่าคนที่ยกมือประมูลราคา ต้องคุยโทรศัทพ์กันทุกคน เพราะต้องระดมทุน สุดท้ายตัวแทนเซิรฟ์ 1 ก็เข้ามาตกลงเพื่อแบ่งว่าใครจะเอาอันไหนกันบ้าง การแข่งขันจึงบรรเทาความร้อนแรงลง แต่ก็ยังดุเดือดอยู่
 
      นี้ขนาดเป็นการประมูลครั้งที่ 4 ในเดือนนี้แล้ว แต่ของยังราคาหลักหมื่นขึ้น ก็อย่างว่าของแค่ 1 ชิ้นเท่านั้น ซึ่งแต่ล่ะเซิรฟ์ก็ต้องทุ่มเต็มที่เพื่อจะได้ของ เห็นตาx DroJrakkk บอกว่าครั้งก่อนๆดุเดือดกว่านี้  ได้ยินแล้วอึ้งไปเลยผม
 
      ปล.วันนี้อาจจะพิมเยอะไปหน่อย ก็ต้องขออภัยด้วยนะคับ  สำหรับน้องการ์ตูนแผนกฝ่ายการตลาด ผมก็เจอผ่านที่ทำงานทุกวัน แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร จนวันนี้ได้เห็นแบบจะๆ จึงได้รู้ว่าน่ารักแสดๆ แถมได้คุยด้วยอีก งานนี้ตั้งใจไปทำงานแต่เช้าทุกวันแน่ผม 5555+ แอบชอบชาวบ้านแบบนี้ ข้าน้อยสมควรตาย (ตายก็ยอม 555+)
 
 
***เพลงสำหรับวันนี้คือ  ข้าน้อยสมควรตาย   ของ  Big Ass  ***
 
 
 
 
 
     
 
2 décembre

เป็นหวัดซะงั้น

 
 
    วันนี้ก็เป็นวันแรกที่เข้าไปเริ่มงานในกองของ Weekly Online ความรู้สึกก็เฉยๆ ไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ เพราะได้ไปชิมลางมาก่อนแล้ว 2 วัน แต่วันนี้มีอะไรพิเศษ คือ ได้เจอคุณ มานะ เจ้าของ Weekly อันนี้ที่ตื่นเต้นสุดๆ เวลาคุณ มานะ ถามคำถามมา ในใจก็คิดว่าจะตอบยังไงให้เขาประทับใจ แต่ไม่เวอร์มาก สุดท้ายก็ผ่านไปด้วยดี เพราะมีพี่เอกช่วยเสริมด้วย หะหะ
 
     แต่ดูเหมือนว่า ถ้าผ่านโปรแล้วจะมีภาระที่หนักอึ้งรออยู่ เพราะเท่าที่ดูจากพี่ๆ ที่ผ่านโปรไปแล้ว ทำงานกันแทบไม่ได้หยุดพักเลย อย่างพี่กี้ ที่นั่งข้างๆ แค่พี่กี้คนเดียวก็ต้องเขียนถึง 4 เกมส์ เช่น Ran, LastChaos, Rag, และ GE ส่วนคนอื่นก็ไม่แพ้กัน อย่างต่ำก็ 3 เกมส์  ไหนจะคอลัมภ์พวกเกมส์คลับรายสัปดาห์เช่น GE Club, RO Club หรือพวกหนังสือที่เป็นเล่มรวมเล่มใหญ่ๆ ที่ออกมาตามแพทอัพเดตของเกมส์ต่างๆ ทุกเกมส์
 
      แล้วอนาคตผม พี่เอกก็ได้บอกแล้วว่าจะให้ เล่นแต่เกมส์แนว Casual ซึ่งเท่าที่รู้ตอนนี้ก็โดนแน่ๆ 3 เกมส์แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Fanta Tennis, Getamp, และ Super Dance Online << อันหลังนี้มีคนทำอยู่ แต่พี่เอกอยากแยกมาให้ผมทำ เพราะคนที่ทำอยู่คือพี่แมว เขาทำ Audition ด้วย (พี่แมวเองก็ทำ 4 เกมส์ได้)
 
      เอาเป็นว่า จะพยายามสู้ต่อไปเพราะนี้คือความฝันมาตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่  ว่าซักวันหนึ่งจะเป็นนักเขียนมืออาชีพให้ได้ ส่วนตอนนี้ก็รอเทิรน์โปรไปก่อนซัก 3 เดือน สำหรับผมแล้วยังขั้นเด็กๆ เมื่อเทียบกับ คนที่ผ่านโปรแล้ว  ตอนนี้ก็จะพยายามทำผลงานให้ดีก่อน แล้วอนาคตค่อยมาว่ากัน
 
      ใครที่ซื้อ Weekly Online ฉบับที่ออกทุกวันพุธ แล้วเจอคอลัมภ์ที่ผมเขียน ซึ่งปกติจะมีนามปากกา By:LannaJr. ลงท้ายเสมอ (บางครั้งมันก็ไม่มีอ่ะนะ - -a) ถ้าอยากให้ปรับปรุงตรงไหน หรืออยากรู้ตรงไหน ก็ Comment บอกได้นะ จะได้ปรับปรุงให้มันดีขึ้นไปอีก
 
 
       ปล.ตอนนี้กำลังติด Camfrog (ไม่ได้หื่นนะ) ผมส่องเฉพาะสาวๆน่ารักๆ เอาไว้ดูผ่อนคลายเฉยๆ ใครที่ไม่รู้จัก Camfrog ผมก็ไม่บอกหรอกว่ามันคืออะไร 5555+
 
 
 
 
***เพลงสำหรับวันนี้คือ  You Don't Know    ของ  Eminem feat 50CentLloydBanksCashis  ***
 
 
 
 
 
 
28 novembre

มันเริ่มขึ้นแล้ว

 
    และแล้วก็ผ่านการทดสอบซะที พี่เอกบอกว่าให้เริ่มเข้าทำงานวันที่ 1 แต่ให้เข้าออฟฟิศก่อน 2 วันคือ 29 กับ 30 ไปแค่ครึ่งวันแล้วพอวันที่ 1 ก็จะเริ่มเป็นนักเขียนเต็มตัว ตื่นเต้นเหมือนกัน เพราะรอคอยมานาน จะพยายามทำให้เต็มที่ จะไม่ทิ้งแนวทางการเขียนเดิม เด็ดขาด ยังไงก็จะเขียนในแบบที่ตัวเองถนัดต่อไป
 
    หลังจากที่ไม่ได้เจอเพื่อนกิล Infi มาเกือบปีได้ มาเจอคราวนี้ทุกคนก็ยังอบอุ่นเหมือนเดิม ถึงแม้วันแข่ง RTC จะมีปัญหาบ้าง แต่มันก็ช่วยทำให้ ทุกคนในกิล Infi รักกันมากขึ้น และแน่นอน สงกราน์ตปีหน้า คงจะได้ไปกินเหล้าด้วยกันที่เชียงใหม่อีก
 
    ต้องขออภัยด้วยที่มได้อัพ Spaces ซะนาน เพราะช่วงหลังๆ มานี้ต้องทำอะไรเยอะแยะ MSN ก็ไม่ค่อยได้คุยกะใคร (แย่จิงๆเรา) แต่ก็ยังรักทุกคนเหมือนเดิมนะจ๊ะ ต่อนี้ไป คงจะตั้งใจทำงานจิงๆ ล่ะนะ เพราะนี้คือฝันที่ ตัวเองรักและถนัดมาโดยตลอด
 
    ปล.สู้ๆ สู้ตาย ถ้าเห็นผมออน MSN ก็คุยได้เหมือนเดิมนะคับ บางทีถ้าเห็นเงียบๆไป แสดงว่าผมไม่ได้อยู่หน้าจอนะ เกือบลืมบอกไป ตอนนี้ผมมีโทรศัทพ์แล้วนะ ใครอยากได้เบอร์ติดต่อก็ MSN มาขอได้จ้า ผมใช้ MOTO A1200 ใครมีเทคนิคก็ช่วยบอกผมหน่อยนะ ยังใช้ไม่ค่อยเก่ง ห่างมือถือไปนาน >.<
 
 
 
 
 ***เพลงสำหรับวันนี้คือ  Michishirube ของ Keita Tachibana ***
 
 
 
30 octobre

ก้าวที่ 2 แล้ว

 
 
      สงสัยเจ้าที่บ้านจะแรง  พอดีเข้าเกมส์ Fanta Tennis ไม่ได้  แล้วมารู้ทีหลังว่าที่ Error เป็นเพราะคนเล่นเยอะ  ไอเราก็ไม่รู้ไปลบเกมส์ทิ้งแล้วลงใหม่ ปรากฏว่าเล่นไม่ได้ซะงั้น  เลยต้องไปร้านเพื่อน  เพื่อไปถ่ายรูป+หาข้อมูลมาเขียนต้นฉบับ 
 
      ขณะที่กำลังอัพ Spaces อยู่นี้ก็กำลังจะเริ่มเขียน  และก็มีน้องสาวที่แสนจะน่ารัก  กำลังรอช่างแต่งหน้า เพราะว่ากำลังไปสอบสัมภาษณ์ของการบินไทย  แล้วน้องสาวคนนี้จะรู้ไหมว่า เราแอบฝากความหวังไปด้วย อิอิ  เอาเป็นว่าตอนนี้ขอทำหน้าที่ในส่วนนี้ให้ดีที่สุดก่อนแล้วกัน
 
      วันก่อนพี่บอย Wekkly ฝากพี่เอก มาบอกว่าจะโทร บ่าย 2.30 สุดท้ายพี่บอยก็ไม่โทรมาหาสังสัยจะลืม  T T  (พี่คับผมยังรอโทรศัทพ์พี่อยู่นะค๊าบ)
 
 
 
       ปล.ช่วงนี้รู้สึกจะสบายหน่อย  เพราะพึ่งซื้อไมค์มาต่อกับคอม  เพื่อเอาไว้คุย msn ใครที่คิดจะ msn คุยกับผมต้องนิ้วหงิกแน่นอน 555+
 
 
 
***เพลงสำหรับวันนี้คือ Passion ของ  Utada Hikaru  ***
 
 
 
 
  
23 octobre

ผ่านไปแล้ว 1 ขั้น

 
       ช่วงนี้เป็นอะไรก็ไม่รู้ เริม่รู้สึกเหนื่อยๆไงไม่รู้ ยังดีที่พึ่งส่งต้นฉบับไปเมื่อตอนบ่ายๆ ซึ่ง พี่เอก บก. ก็ไม่ได้ให้แก้อะไร เหลือแค่รอลุ้นว่าบทความของเราจะลงตีพิมเล่มไหน พูธที่จะถึงนี้เลยหรือว่าพุธหน้า  พรุ่งนี้ต้องเข้า ม. ไปส่งโปรเจค(มาราธอน)อีกแล้ว หวังว่าในส่วนของโปแกรมคงจะไม่ต้องกลับมาแก้อะไรอีกแล้ว เพราะเหนื่อยกับโปรเจคนี้มากๆ
 
       ขอพูดถึงเกมส์เก่าที่ช่วงนี้มีการปรับเปลี่ยนจากระบบเติมเงินมาเป็นแอร์ไทม์ อย่างเกมส์ O2Jam กันหน่อย ผมก็ว่าเป็นการแก้ปัญหาถูกทางแล้ว ที่ปรับเปลี่ยนเพราะไม่งั้นถูก Audition แย่งลูกค้าหมด เท่าที่มีโอกาศไปลองโฉมใหม่ของ O2Jam ถือว่าทำดีขึ้นกว่าก่อนเยอะ แของในเกมส์พวกชุดก็ถูกอย่างเหลือเชื่อ ถ้ามีการโปรโมตดีๆ หรือจัดกิจกรรม *2 อะไรทำนองเนี้ย เพื่อดึงลูกค้านะ ผมว่ากลับมาคึกคักเหมือนแต่เก่าแน่นอน
 
       ก็ไม่รู้จะพิมเรื่องอะไรมากอ่ะนะ เพราะพักนี้หมกมุ่นอยู่กับ Fanta Tennis เพื่อหาข้อมูลไปเขียนคอลัมภ์ เอาเป็นว่าวันนี้เขียนแค่นี้นะ
 
 
 
       ปล. พรุ่งนี้ว่าจะแวะซื้อไมค์มาต่อ msn ใครอยากได้ยินเสียงอันเซ็กซี่ของผม รับรองได้ยินกันก็คราวนี้ล่ะ (อย่าเก็บไปหลอนนะ)
 
 
***เพลงสำหรับวันนี้คือ  Money Maker   ของ Ludacris ***
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
18 octobre

เริ่มบทใหม่ของชีวิต

 
 
 
          ตอนนี้ก็ปลงๆกับความฝันซะล่ะ คงเป็นเพราะมีเวลาในการเตรียมตัวที่ค่อนข้างกระทันหันไปหน่อย เรื่องภาษานี้มันต้องใช้เวลาในการฝึกฝนจิงๆ มันไม่ได้ง่ายๆเหมือนการเล่นเกมส์เลย  ต้องใช้เวลาฝึกฝนเป็นปีๆ และต้องสนใจกับมันจิงๆ ตอนนี้โปรเจคก็จะมาถึงจุดสุดท้ายแล้ว แต่คิดว่า อ. คงให้คะแนนไปแล้วล่ะ เพราะเหลือแค่เก็บรายละเอียดงานเล็กๆน้อยๆ
 
          เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเลยไปสมัครเป็นนักเขียนของหนังสือ Weekly Online ตอนแรกก็โทรไปหา พี่เอก ซึ่งเคยเป็น บก. หนังสือ Flyff Club ซึ่งผมเคยเขียนส่งอยู่ แต่ตอนนั้นทำแบบเป็นจ๊อบ พี่เอกก็บอกว่าให้เตรียมเอกสารไปและลองเขียน งานชิ้นใหม่ไปด้วย พอไปถึงพี่เอกก็พาไปกรอกใบสมัครที่ฝ่ายบุคคล พี่ฝ่ายบุคคลก็ถามว่าจบอะไรมา เลยบอกไปว่า สารสนเทศคับ พี่เขาเลยแนะนำให้ไปทำในส่วนของแผนก เว็บไซด์ Online Station ซึ่งน่าจะเหมาะมากกว่าและ มีตำแหน่งว่างด้วย
 
           แต่ถ้าไปประจำในส่วนของ Online Station แล้วจะย้ายแผนกไม่ได้ เพราะทางบริษัทเขาไม่มีนโยบาย เลยขอพี่ฝ่ายบุคคลไปว่า ขอทำของ Weekly Online ได้ไหม เพราะใจอยากเขียนลงหนังสือมากกว่า พี่เขาเลยไปถามให้ แล้วก็เดินมาบอกว่าพอมีว่างอยู่ แล้วก็พาไปเขาห้องสัมภาษณ์ ตอนแรกมีพี่ผู้ชาย 1 คนมาสัมภาษณ์ก่อน หลังจากนั้นเขาก็พา ผู้ชายอีกคนมาช่วยกัน สัมภษณ์ เขาก็ขอดูผลงานเก่าๆ และก็ถามว่าถนัดเกมส์แนวไหน ถ้าเล่นหลายๆเกมสได้ไหม ข้อมูลแม่นยำไหม สามารถส่งต้นฉบับทันไหม แล้วก็คำถามที่เขาใช้สมัครงานทั่วไป  แล้วพี่เขาก็ขอเก็บงานที่เขียนมาใหม่กับใบสมัครไว้ แล้วจะให้ฝ่ายบุคคลติดต่อกลับมา
 
           ตอนนี้ก็กำลังรอการติดต่อกลับจากฝ่ายบุคคลอยู่ ถ้าถามว่ามั่นใจแค่ไหนที่คิดว่จะได้บอกตามตรงก่อนไปบริษัท มั่นใจ70% พอหลังกลับมาแล้ว เหลือ 50% แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรมาก ถ้าเกิดไม่ได้ก็ต้องปรังปรุงตัวเองต่อไปหรือแผนสองคือไปสมัครของ Compgamer News ต่อ ทำไงได้ก็ เกมส์อนนไลน์มันฝั่งไปใน DNA แล้ว
 
            วันจันทร์หลังจากสัมภาษณ์เสร็จก็ไปเล่นร้านเพื่อนแถว เสนา 1 ซึ่งเขาย้ายมาจาก โชคชัย 4 นานแล้วเหมือนกันที่ได้ไปเล่นร้าน บรรยากาศก็ยังอบอุ่นเหมือนเดิม แล้วร้านที่ทำใหม่ให้บรรยาศที่ดีกว่าเดิมมาก แอบเห็นคู่รักมาเล่นเกมส์ด้วยกัน มองไปแล้วก็ทำให้ย้อนคิดไปถึงแฟนคนเก่าเหมือนก่อน ที่เคยมานั่งเล่นเกมส์ด้วยจนถึงเช้าเกือบทุกวัน แต่ก็ไม่ได้เสียใจอะไรนะ มันกลับทำให้ผมอมยิ้มมากกว่า ช่วงนี้ก็โสดไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอคนที่ใช่ก็แล้วกัน ชีวิตคนโสดก็ดีเหมือนกัน ยิ่งคนบ้าเกมส์อย่างผมด้วยแล้ว ถ้าจะมีแฟนคนต่อไปก็ต้องรับได้กับในสิ่งที่ผมเป็น และผมก็จะดูแลเทอให้ดีที่สุด เพราะผมมีบทเรียนมามากเหลือเกินกับเรื่องพวกนี้
 
             ขอโทษทีที่ผมบ่นอะไรยาวไปหน่อย ก็ทำไงได้พักนี้นานๆ จะได้เข้ามา อัพเดตซักที เอาเป็นว่าตอนนี้ผมกำลังทดสอบ CBT ของเกมส์ GE อยู่ ถ้ามันเปิด Open แล้วคิดว่าคงจะเล่นยาว เว้นแต่ได้เป็นนักเขียนจิงๆแล้ว เขาให้ไปทำเเกมส์อื่น
 
             ปล.อย่าถือสาอะไรเลยนะคับ เพราะนี้ก็คือชีวิตของคนบ้าเกมส์คนหนึ่ง แต่ในเมื่อเลือกทางเดินสายนี้ เราก็ต้องเดินให้สุดสายจิงไหมคับ? ส่วนความฝันที่จะเป็นสจ๊วตนั้น ถ้าผมพร้อมเมื่อไหร่ผมก็จะกลับไปหามันแน่นอน..
 
 
***เพลงสำหรับวันนี้คือ You and I Both ของ Jason Mraz ***
 
 
 
1 octobre

ผงาดง้ำค้ำโลก

 
 
        ไปสอบ Toeic มาได้ไม่ถึง 300 จากผลที่ได้คะแนนน้อยเกิน ส่งผลกระทบให้ อีก 2 เดือนต้องตั้งใจสุดๆ ถ้าพลาดอีกทีนี้ก็ ลาก่อนความฝันได้เลย  เกมส์ 3 ก๊ก ที่อุตสาห์ทำกิลจนได้ลงหนังสือ Compgamernws เล่ม 134 และอนาคตกำลังไปได้สวย ก็ต้องเลิก เสียดายเหมือนกัน ตอนนี้เลยไปทำตัว นักธนูของ Yulgang ไว้ เดี๋ยวฝากเพื่อนบอทให้ ก้เอาไว้เวลาเหงาๆ จะได้เข้าไปคุยกับเพื่อนเก่าๆแก้เหงา
 
         ช่วงนี้ก็คงมีเวลามา Update Blog ได้บ่อยขึ้น เพราะไม่ต้องเล่มเกมส์หักโหมแล้ว ถ้าใครท้อๆ หรือไม่มีกำลังใจ ก็ลองเอาวิธีผมไปใช้นะคับ คือการหาเพลง ที่ไม่ใช่เพลงเศร้ามาฟัง อย่างเพลง"ผงาดง้ำคำโลก" ของ Paradox ผมว่าก็ดีมากเลยที่เดียว การหาฟังเพลง แนวให้กำลังใจ มันช่วยทำให้เราดีขึ้น ดีกว่าไปรอกำลังใจจากคนอื่น  สุดท้ายอะไรก็สู้กำลังใจของตัวเองไม่ได้คับ
 
          ปล.ไม่ว่าเพื่อนๆ จะทำอะไร ก็ขออย่าได้ท้อถอย เราแค่เดินช้าๆ แต่เราอย่าได้เดินถอยหลังเด็ดขาด  แล้วเราจะถึงจุดหมายเองคับ มาสู้ด้วยกันกับผมนะ
 
 
 
    ***เพลงสำหรับวันนี้คือ It's Not Your Fault ของ New Found Glory***